KANITCHA SRINAKA View my profile

วันที่ 1 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้

posted on 25 Aug 2015 11:11 by kanitchadaily directory Lifestyle, Travel, Diary

 

 

สวัสดีค่ะ ครอบครัว Exteen ทุกๆคน หวังว่าทุกคนคงจะสบายดีกันนะคะ

จากเอนทรีครั้งที่แล้ว Shanghai Video Diary (คลิกเพื่ออ่านย้อนหลัง) เป็นการกล่าวคร่าวๆ จากทริปเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา กี๋ได้มีโอกาสไปเที่ยว ประเทศจีน ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ เวินโจว และกวางโจว เป็นระยะเวลา 40 วัน ซึ่งจากเอนทรีครั้งที่แล้วกี๋ได้ทำการตัดต่อ วิดิโอ ช่วงที่ไปอยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ แล้วมีเพื่อนๆและพี่ๆหลายคน ได้ติชมกันมา ซึ่งในนั้นคือ พี่ๆอยากจะทราบสถานที่ ที่กี๋ได้ไปถ่ายวิดิโอไว้ เอนทรีครั้งนี้กี๋เลยขอเขียนเป็นไดอารี่ ที่บันทึกเรื่องราวการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกันเลยก็แล้วกันนะคะ

PS.เอนทรีนี้อาจจะมีข้อความยาว ก็ขออนุญาตเพื่อนๆทนอ่านกันหน่อยก็แล้วกันนะคะ เพราะว่าบันทึกการเดินทางครั้งนี้ ล้วนแต่มีความทรงจำดีๆ ที่อยากมาเล่าสู่กันฟัง และสร้างแรงบรรดาลใจให้เพื่อนๆบ้าง ไม่มากก็น้อย

 

ขอบคุณค่ะ   

ุ้งกี๋  กณิชชา   

 

วันที่ 5 เมษายน 2558  ; สวัสดีเซี่ยงไฮ้ 

 

                 เวลา 3.55 น.  กี๋เริ่มออกเดินทางมายังประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  ณ  เมืองเซี่ยงไฮ้   เป็นวันแรกที่ได้ออกเดินทางนอกเขตประเทศไทย และนอกบ้านที่ห่างจากผู้ปกครอง     ในรอบ 1 ปี  555+  คุณคิดว่ากี๋ล้อคุณเล่นใช่ไหมหล่ะ  กี๋อยากจะบอกคุณว่า มันเป็นความจริงนะ

ในช่วงที่รอขึ้นเครื่อง กี๋ได้เจอกับเพื่อนมิตรที่ดี กี๋ได้เจอเพื่อนร่วมเดินทางคนหนึ่ง  เขามีอายุมากกว่ากี๋หลายปี     จนกี๋สามารถเรียกได้ว่า “พี่”      พี่เขามีชื่อว่า พี่กะทิ พี่เขาก็เดินทางไฟล์ทเดียวกับกี๋ พี่กะทิแต่งงานแล้ว และแฟนของพี่เค้าอยู่ที่ประเทศจีน อยู่ที่เมือง หูหนาน เราได้พูดคุยกันนานพอสมควร จนกี๋รู้สึกว่าพี่เขาเฟรนลี่กับเรามากๆเลย พอถึงเวลาขึ้นเครื่อง               ที่นั่งของกี๋ห่างจากที่นั่งของพี่กะทิหลายๆช่องอยู่พอสมควร  พอกี๋ไปถึงที่นั่ง   กี๋ก็มองไปที่คนที่จะมานั่งร่วมกัน   เธอผู้นั้นเป็นแหม่มผมบลอนทอง   แต่งหน้าเพื่อกลบเกลื่อนอายุในความเป็นจริงของตัวนางเอง นางเป็นคนที่มีความเป็นผู้ใหญ่มาก  เราได้พูดคุยกันได้นิดหน่อย    ก็พอจะทราบประวัติคร่าวๆว่า แหม่มผู้นี้มาจากประเทศฮอลแลนด์      และนางรักประเทศไทยมากๆ    นางได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทยมาแล้ว    5 ปี          จนนางสามารถพูดภาษาไทยได้นิดหน่อย(นางบอกกี๋มาอย่างนี้  แต่ขอโทษที.....ที่นางพูดๆกับกี๋มา     บ้านกี๋เรียกว่า นางโอนสัญชาติเรียบร้อยแล้ว ชัวร์ๆ )   หลังจากนั้น      เราก็หลับพักผ่อนกันบนเครื่องบิน         การเดินทางในครั้งนี้ ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง           

 

      พอถึงเซี่ยงไฮ้ สนามบินที่กี๋ได้ลงจากเครื่อง           คือ        สนามบิน  PVG  หรือท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติเซี่ยงไฮ้               หลังจากที่กี๋ได้ลงจากเครื่องบิน    กี๋ก็ต้องไปที่ช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง(ต.ม.)           เจ้าหน้าที่ที่ตรวจกี๋ได้พูดคุยกับกี๋เป็นภาษาจีน    และฉันเลยถามเขากลับไปว่า  ที่เซี่ยงไฮ้มีอะไรที่น่าสนใจบ้างนอกจาก  หอไข่มุกที่สูงเป็นอันดับที่ 5 ของโลก        เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองก็ได้ตอบกันกี๋ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และพูดว่า“ 在上海有很多的地方好玩,你用百度找找吧!”        แปลออกมาเป็นภาษาไทยได้ว่า  “ที่เซี่ยงไฮ้มีสถานที่น่าสนใจมากมายเลยนะ        คุณลองใช้ไป๋ตู้ดูสิ่!!!”

 

(百度 ไป๋ตู้คือเวบไซต์ของประเทศจีนที่มีความสามารถคล้ายกับ กูเกิล Google)

และกี๋ก็คิดในใจว่า “ขอบใจมากเลยค่ะ คุณอา”        และกี๋ก็ออกจากประตูและมองหาเพื่อนที่จะมารับกี๋     แต่ว่า   เพื่อนของกี๋ได้ส่งข้อความมาว่า “บุ้งกี๋  ฉันต้องขอโทษเธอด้วยนะพอดีว่าฉันมีติดประชุม รบกวนให้เธอนั่งรถแท็กซี่มายังที่พักของฉันได้ไหม?”      แล้วมันก็ส่งที่พักมาให้            ตอนนั้นหลังจากที่กี๋ได้ทำการเปลี่ยนซิมการ์ดเป็นเบอร์โทรศัพท์จีนแล้วนั้น กี๋ได้ สับสนไปหมดว่า “แล้วอิชั้นจะเรียกรถแท็กซี่ที่ไหน?”     เป็ดเอ้ยยย!!!!!!!.... เซี่ยงไฮ้อิชั้นไม่เคยมาเหยียบเล้ยยยย    แต่ทว่า มีเรื่องร้ายๆมาเมื่อไหร่   เรื่องดีๆก็มีตามมาเสมอๆ และเสมอ.....

        กี๋เจอคู่รักคนจีนคู่หนึ่ง กี๋จึงได้เดินไปขอความช่วยเหลือ   คู่นี้ก็น่ารักมากๆ โดยเฉพาะตัวผู้ชาย   ที่สุดแสนจะมีความเป็นสุภาพบุรุษ  เขาช่วยเรียกรถแท็กซี่ให้            ตอนนั้นเลยทำให้กี๋ได้เห็นแอปพริเคชั่นที่สามารถใช้ได้จริง ไม่เหมือนกับบางประเทศ ที่สามารถใช้ได้เพียงตอนทดลองใช้เท่านั้น    นั่นคือ เขาใช้แอปพริเคชั่นบอกพิกัดของตัวเองและบอกไปว่าต้องการรถแท็กซี่หนึ่งคัน  และหลังจากนั้นคนขับรถแท็กซี่ก็โทรมาขอคำยืนยันอีกทีว่าคุณจะต้องการใช้บริการจริงๆใช่หรือไม่     พอเพื่อนของกี๋ยืนยัน เขาก็มาและช่วยยกกระเป๋าให้              และสุภาพบุรุษคนนั้นก็บอกเส้นทางให้คนขับเสร็จสับเรียบร้อย กี๋รู้สึกดีมาก ตั้งแต่มาเที่ยวประเทศจีนมา    กี๋รู้สึกว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ทำให้กี๋ได้เจอเพื่อนคนจีนที่มีความเป็นสุภาพบุรุษมากที่สุดแล้ว และกี๋อยากจะบอกผู้หญิงของเขามากเลยว่า “เธอคือคนที่โชคดีนะ ได้คนนั้นเป็นแฟน     เธอทิ้งเขาเมื่อไหร่ ถ้าฉันรู้หล่ะก็.....ค่ะ!!!  ฮ่าๆๆ “     และกี๋ก็ได้แลกวีแชทกับเพื่อนคนนี้   กี๋ก็ไม่รู้จักตอบแทนอะไรได้บ้างนอกจากเงินไทยที่ติดกระเป๋าอยู่ 740 บาท กี๋เลย หยิบ แบงค์  20  บาท ให้เขาไป เพื่อถือเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆ ตอนแรกเขาก็จะไม่รับ  แต่เราก็บอกว่า ถือว่าเป็นของฝากจากประเทศไทยก็แล้วกันนะ  และเขาก็รับไปและบอกกับกี๋ว่า 你有什么问题,你可以告诉我在微信吧!!     แปลเป็นภาษาไทยคือ  "ถ้าคุณมีปัญหาอะไร คุณสามารถบอกฉันได้ในเวยซิ่นนะ"

**微信   อ่านว่า  เวยซิ่น    แต่ที่ประเทศไทยเรียกว่า    Wechat  Wechat คือ  แอปพริเคชั่นหนึ่งที่คล้ายกับ   Line  ที่ในประเทศไทยชอบใช้กันในปัจจุบัน   

   หลังจากล่ำลา กล่าวคำขอบคุณกันเสร็จเรียบร้อย   กี๋ก็เดินทางต่อโดยรถแท็กซี่  พอเข้าไปในรถแท็กซี่ เราถึงกับต้อง  โอ้โห!!!...  เฮียพกโทรศัพท์อะไรเยอะจุง    เฮียแกเลยบอกว่า เครื่องนี้ใช้โทรเข้าและโทรออก    ส่วนเครื่องนี้ ใช้สำหรับรับข้อความจากเวยซิ่น   และอันนี้เมียโทรมา     เราถึงกลับแปลกใจเลยถามกลับไป 真的吗? แปลเป็นไทย จริงหรอเฮีย...   เฮียหันกลับมาแล้วยิ้มบอกว่า ก็จริงหน่ะเส่ะ!!!!    หลังจากนั้น เราก็ชวนเขาคุยไปเรื่อยๆ พอเริ่มเข้าตัวเมือง ด้วยที่ว่าเราได้เหวี่ยงแหไปแล้วตั้งแต่ออกรถ  พอเข้าตัวเมือง   เฮียเลยมีหน้าที่เป็นไกด์ที่ขับรถได้ไปในตัว  ทำให้กี๋ได้รู้ว่า  เซี่ยงไฮ้นี่  มันเจ๋งอ่ะ!!!  เริ่มจาก อุโมงค์ใต้น้ำ  

 พวกคุณอ่านไม่ผิดหรอกค่ะ     กี๋พูดจริงๆเลยว่า กี๋ได้รอดอุโมงค์ใต้น้ำสายหลักของเซี่ยงไฮ้มาแล้ว   และอุโมงค์นั้นเปรียบเสมือนเหมือนเป็นประตูเข้าเมืองเลยนะ       แล้วเฮียก็ค่อยๆแนะนำเส้นทางเรื่อยๆ ทางนี้ไปไหนได้บ้าง  เส้นทางนั้นไปไหนได้บ้าง   คำไหนที่กี๋ไม่เข้าใจ เฮียเขาก็จะค่อยๆพูด  ค่อยๆอธิบาย  เลือกคำศัพท์ที่เป็นพื้นฐานมากที่สุด   เฮียก็คุยไปเรื่อยจนถึงจุดหมาย  ค่าแท็กซี่อยู่ในราคา 183 หยวน  และกี๋ก็ได้พบกับเพื่อนเก่า  และคิดในใจว่า  "ปีกเป็ด...  ครั้งหน้าช่วยบอกกันเนิ่นๆด้วยได้ป้ะ!!!"     แต่พอมานั่งคิดอีกที ถ้าการเดินทางครั้งนี้มีแต่คนมารับ ดูแลอย่างดี กี๋ก็คงจะไม่มีเรื่องมาเล่าให้อ่านได้ยาวเหยียดขนาดนี้    นี่แค่ 5 ชั่วโมง    หลังจากก้าวเดินออกมานอกเขตประเทศไทยนะเนี่ย  การผจญภัยมีได้เยอะขนาดนี้เลยนะ       ที่พักของเพื่อนเป็นของโรงแรมที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยที่เพื่อนกี๋เรียนอยู่   ที่เขาแยกออกมาไว้ให้สำหรับเช่า และให้พักเป็นเดือนๆ  ในประเทศจีนอะไรที่มันสามารถดัดแปลงและใช้เป็นประโยชน์ได้      เขาจะนำมันมาใช้ให้ได้อย่างคุ้มค่ามากถึงมากที่สุด  พอมาถึงที่พักเพื่อนก็มาส่งที่ห้องพักและเพื่อนเขามีไปประชุมต่อ  เพื่อนของกี๋ก็เลยให้เวลากี๋นอนพักผ่อน    หลังจากจัดของ  ทำภารกิจส่วนตัวเสร็จก็ล้มตัวลงนอน และตื่นมาอีกทีก็ ไม่ถึง 20 นาที เพื่อนก็กลับมาจากที่เขาไปประชุมพอดี          หลังจากนั้น  เพื่อนก็มาหากี๋ที่ห้องพัก แล้วก็จัดการวางแผนกันว่าวันนี้เราจะไปไหนกันบ้าง   ทริปวันแรกที่มาถึงเซี่ยงไฮ้ ก็คือ  เราจะไปกันที่  陆家嘴路 ถนนลู่เจียจุ่ย เป็นสถานที่ยอดฮิต ที่ทุกคนที่มาเที่ยวเซี่ยงไฮ้ต้องมา    เป็นสถานที่ที่มีหอไข่มุกนั่นเอง    

  ซึ่งในปัจจุบันหอไข่มุกที่บอกไป เป็นสัญลักษ์ของเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่ทุกคนมาเที่ยวที่นี่ต้องมาถ่ายภาพไว้ เหมือนกันว่า ถ้าไม่มาดูหอไข่มุกก็แสดงว่ามาไม่ถึงเมืองเซี่ยงไฮ้นั่นเอง  การเดินทางที่จะไปนั้นจะใช้วิธีที่แสนจะประหยัด  และเหมาะสำหรับคนที่แข่งกับเวลาและไม่มียานพาหนะ นั่นก็คือ การใช้รถไฟฟ้าใต้ดินนั่นเอง    

(สีหน้าไกด์ที่มุ่งมั่นมากเกิน.....)

 กี๋อยู่ประเทศไทยแต่ก็ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้ใช้การบริการแบบรถไฟฟ้าสักเท่าไหร่  พอมาถึงที่นี่ก็เลยต้องลองสักหน่อย      โดยเพื่อนเป็นคนสอน และแนะนำว่าเราจะไปยังไงแรกๆก็ไม่เข้าใจ หรือเป็นเพราะว่าความเร็วในการอ่านและการจำตัวอักษรภาษาจีนของเรานั้นลดลง    นั่นเป็นการเตือนและบอกว่าเราเริ่มจะแย่แล้วนะ       แรกๆก็งงๆอยู่นาน แต่พอเริ่มเปลี่ยนเส้นมาลงตรงนี้ ไปขึ้นตรงนั้น   ก็ทำให้กี๋เริ่มเข้าใจ และไม่งงแล้ว แต่ประเด็นหลักคือ เราจะไปที่ไหน แค่นั้นเอง เพราะว่า สถานที่ที่เราจะไปนั้นมันมีชื่อเฉพาะ แล้วกี๋ก็คิดในใจ ถ้าฉันไม่รู้จักชื่อฉันจะไปอย่างไร      และชื่อของถนนนั้นมันคืออะไร  มันก็มีอยู่แค่นั้นเอง        พอกี๋ไปถึง สิ่งแรกที่ฉันได้รับอย่างจังๆเลย   ก็คือ “ฝน!!!!  ฝนตกโปรยปรายจ้า!!!!”    แล้วอากาศก็เย็นใยเยือก   แต่ฝนลงแบบเบาๆปอยๆเป็นละออง            

ฉะนั้นเราจึงไม่ถือร่มเดินฝ่าฝนกันแบบมีความรู้สึกว่าอากาศที่บ้านฉันก็เป็นแบบนี้หล่ะ  ชิคสุดๆ   แคร์สื่อกันซะที่ไหน หล่ะคะ คนไทย.....เพื่อนของกี๋ก็พาฉันเดินเล่นรอบ陆家嘴路 ถนนลู่เจียจุ่ย   เราก็เดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ อยู่ดีๆ         ฉันก็หันไปเจออะไรบางอย่างแบบอย่างจัง!!!  เฮ้ยย!!!  นั่นศาลพระพรหมนี่หว่า....      

ไหนมาอยู่เซี่ยงไฮ้ได้เล่า??       มันก็แปลกดีนะ  แล้วเราก็เดินเล่นกันต่อไปเรื่อยๆ และเพื่อนของกี๋ก็แนะนำสถานที่หนึ่ง เพื่อนบอกว่ามันเริ่ดกว่าหอไข่มุกอีก          และเราก็เริ่มเดินทางออกตามหากันท่ามกลางละอองฝน      ที่พอเริ่มก่อตัวกันเรื่อยก็สามารถลบคิ้วที่กี๋เขียนออกไปได้       ด้วยที่ว่าอากาศเย็นเดินตากลม   และอะอองน้ำฝนมารวมตัวกัน      มันก็สามารถทำให้คนไทยอย่างเราๆมีความรู้สึกว่ามันหนาวสั่นสะท้านอยู่เหมือนกัน 

(บรรยากาศในเมืองในวันนั้น...)

หลังจากที่เรานั้นออกตามหาตึกที่สูงกว่า หอไข่มุกนั้นอยู่นานพอสมควร ทั้งถามคนขายของฝาก      ถามตำรวจในที่สุดเราก็เจอตึกดังกล่าว เป็น 3 ตึก  ที่มีความสูงที่ไล่เลี่ยกัน  แต่ว่าวันที่เราไปนั้น เป็นวันที่หมอกหนา  ลมเย็น  ทำให้กี๋และเพื่อนไม่สามารถมองเห็นถึงยอดตึกได้ ได้เห็นเพียงแต่ลางๆ ที่แสงไฟของยอดตึกกระทบกับหมอกเท่านั้น

         กี๋และเพื่อนจึงตัดสินใจว่า เดี๋ยวจะมาใหม่  จะมาในวันที่ฟ้าโปร่ง  ไม่มีฝน  ไม่มีหมอก   เราก็เลยปิดทริปนี้โดยการเดินอีกรอบ และไปทานอาหารแถวๆนั้นกัน 

(ถึงเวลาทานเราก็ยิ้ม......)

และเราก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับที่พัก  โดยเพื่อนนั้นให้กี๋เป็นคนนำทางกลับเอง      ใช้เวลาอยู่นานพอสมควร   แต่กี๋ก็สามารถพาเพื่อนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย     และกี๋ก็นอนหลับสลบสไลเหมือนกับคนที่อดหลับอดนอนกันมานานเป็นปีๆ    คงเป็นเพราะเป็นการเดินทางโดยใช้เท้าเป็นงานหลัก   จึงทำให้กี๋ได้ทำลายสถิติของตัวเองในการเดิน  พอดีกี๋ได้ติดตั้งแอพพริเคชั่นหนึ่งที่เป็นตัวนับก้าว  แสดงให้เห็นว่า  ในหนึ่งวันกี๋ได้เดินมากกว่าหรือน้อยกว่าแค่ไหน  วันที่หนึ่งในประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีน ณ  เมืองเซี่ยงไฮ้   เมืองแห่งความเจริญ และทันสมัย.....

...ฝันดีราตรีสวัสดิ์...

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วอยากไปเที่ยวบ้างเลยครับ ขออนุญาตติดตาม 😊

#6 By KungSch on 2016-03-05 23:34

ภาพสวยมากเลยค่ะ เหมือนหลุดมาอยู่ใน tomorrow land confused smile confused smile confused smile Hot!

#5 By It's a ployd on 2015-09-13 02:34

มีเรื่องร้ายๆมาเมื่อไหร่ เรื่องดีๆก็มีตามมาเสมอๆ
ชอบคำพูดนี้จังเลยค่ะ...Hot! Hot! big smile

#4 By สะเลเต on 2015-09-02 16:41

ง่ะ  พิมพ์ผิด "น่าสนุก"

#3 By กระถิน on 2015-08-27 19:55

ลงชื่อไว้ก่อน เดี๋ยวกลับมาอ่านนะคะ น่าสนกุopen-mounthed smile Hot!

#2 By กระถิน on 2015-08-27 19:54

อ่านสนุกจัง confused smile Hot! Hot! Hot!

#1 By ปิยะ99 on 2015-08-25 19:32